เข้าใจวัยรุ่น
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น มักจะได้เผชิญคือ ความรู้สึกที่ว่า อยู่ๆลูกที่เคยเป็นเด็กน่ารักช่างเอาใจ ก็เปลี่ยนไปเป็นเด็กที่ดูจะดื้อไม่ฟังใคร และเอาแต่ใจตัว ทำให้ต้องกลับมาถามตัวเองว่า เราได้ทำอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือ จึงทำให้ลูกเปลี่ยนแปลงไปได้มากถึงขนาดนี้ และทำให้อดกังวลใจไม่ได้ว่า แล้วต่อไปในอนาคตเมื่อลูกโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่แบบไหน และด้วยความรักและความตั้งใจดี ที่คุณพ่อคุณแม่มีต่อลูก เลยยิ่งทำให้พยายามเข้าไปสอดส่องลูก และพยายามออกกฎเกณฑ์บังคับ ลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่น เรื่องเลยยิ่งแย่กันไปใหญ่
คุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่ทราบว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรดีกับลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่น
การเจริญเติบโตจากเด็กเข้าสู่วัยรุ่นจนเป็นผู้ใหญ่นั้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ อันเป็นผลจากฮอร์โมนเพศ ซึ่งเริ่มทำงาน ร่วมกับการมีวุฒิภาวะที่เพิ่มขึ้น
จากเดิมที่เด็กยังเป็นเด็กที่ไม่ได้มีความสนใจ เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตา หรือการแต่งตัวเท่าไร กลับเริ่มสนใจในการแต่งตัว และหน้าตา ทรงผมของเขา เช่น วัยรุ่นบางคน จะกังวลเรื่องสิวเม็ดเล็กๆ ที่ขึ้นบนใบหน้าค่อนข้างมาก ขณะที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญเลย จึงทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เข้าใจต่อกัน
ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และจิตใจ ในช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่นของลูกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัว สำหรับคุณพ่อคุณแม่เสมอไป ลองนั่งคิดทบทวน ถึงความรู้สึกของคุณ ในช่วงที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นว่า ตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร และมองคุณพ่อคุณแม่ของคุณว่าเป็นอย่างไร ก็จะช่วยให้คุณพอจะเข้าใจ ในความรู้สึกของลูกได้ และควรพูดคุยเรื่องเหล่านี้ กับเพื่อนๆญาติๆ หรือกับกุมารแพทย์ที่คุณคุ้นเคย เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนความเห็น และข้อแนะนำ ซึ่งกันและกัน
ในปัจจุบันมีการจัดการประชุม และมีหนังสือเกี่ยวกับการดูแลวัยรุ่นมากขึ้น ให้คุณได้หาความรู้ต่างๆ เหล่านี้มาปรับใช้กับสภาพของครอบครัวคุณ คุณจึงควรลองหาความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับลูกวัยรุ่นของคุณด้วย
สิ่งที่สำคัญอีกประเด็นคือ การให้เวลากับลูก และรับฟังเขาด้วย ยอมรับในความคิดเห็นของเขา ให้ความสำคัญ และบทบาทในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ แก่เขาบ้าง ในขณะเดียวกัน ก็ค่อยๆ ให้ความเห็น และประสบการณ์ของคุณพ่อคุณแม่กับเขา เพื่อให้เขาได้รับทราบ ถึงแง่มุมมองของคุณบ้าง แต่อย่าได้พยายามบังคับ หรือสั่งให้เขาต้องทำอะไรต่างๆ ตามที่คุณต้องการเหมือนตอนที่เขายังเด็กๆ อยู่ และพยายามมองพฤติกรรม และความเห็นต่างๆ ลูกของคุณในแง่บวก ก็จะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัว ผ่านพ้นระยะเข้าสู่วัยรุ่น ได้อย่างมีความสุข และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และทำให้ครอบครัวของคุณ มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากขึ้น
ระยะการเข้าสู่วัยรุ่น และการเป็นวัยรุ่น
ที่จริงแล้วคงไม่มีเส้นแบ่งอะไรที่ชัดเจนมาก ในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายของวัยรุ่นที่เกิดขึ้น เมื่อร่างกายมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านเพศ เป็นแบบผู้ใหญ่ กล่าวคือเริ่มมีเต้านม มีขนขึ้น เริ่มมีประจำเดือน มีการเติบโตแขนขายาวขึ้น สูงขึ้นเร็วในเด็กสาว และ เริ่มมีเสียงแตกหนุ่ม เริ่มมีขนขึ้น ตามบริเวณหัวเหน่า และ เริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ซึ่งจะไวต่อสิ่งเร้าในเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นช่วงอายุ 10-14 ปี หรือ ในบางรายอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เล็กน้อย ซึ่งที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขานั้น ได้เริ่มมาก่อนนี้อีก
ที่จริงแล้วคงไม่มีเส้นแบ่งอะไรที่ชัดเจนมาก ในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายของวัยรุ่นที่เกิดขึ้น เมื่อร่างกายมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางด้านเพศ เป็นแบบผู้ใหญ่ กล่าวคือเริ่มมีเต้านม มีขนขึ้น เริ่มมีประจำเดือน มีการเติบโตแขนขายาวขึ้น สูงขึ้นเร็วในเด็กสาว และ เริ่มมีเสียงแตกหนุ่ม เริ่มมีขนขึ้น ตามบริเวณหัวเหน่า และ เริ่มมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ซึ่งจะไวต่อสิ่งเร้าในเด็กหนุ่ม ซึ่งเป็นช่วงอายุ 10-14 ปี หรือ ในบางรายอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้เล็กน้อย ซึ่งที่จริงแล้วการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของเขานั้น ได้เริ่มมาก่อนนี้อีก
ช่วงที่เป็นวัยรุ่นนี้ เขาจะมีความกังวลอย่างมากว่า คนอื่นๆโดยเฉพาะเพื่อนๆ ของเขา จะมองเขาอย่างไร เพราะเขาเริ่มที่จะแยกตัวออก จากการเป็นเด็กในการดูแลของคุณพ่อคุณแม่ และเริ่มที่จะเป็นตัวของตัวเอง และเริ่มที่จะเรียนรู้ในการตัดสินใจ และรับผิดชอบในการตัดสินใจของเขา และผลต่างๆที่จะเกิดตามมาแบบผู้ใหญ่
วัยรุ่นกำลังฝึกที่จะคิด และมองปัญหาต่างๆ อย่างซับซ้อนขึ้น เริ่มใช้เหตุผลในการวิเคราะห์เรื่องต่างๆ โดยตัวของเขาเอง จึงอาจทำให้ดูเหมือนเขา “ไม่ฟังคุณพ่อคุณแม่อีกต่อไป” แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขายังรับฟังคุณอยู่ เพียงแต่ต้องการได้มีโอกาสแสดงความคิด และความเห็นของเขา ให้คุณได้ทราบบ้าง และเรียนรู้ความเห็นของคุณ เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่เขาคิดหรือทำ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ จึงควรมีวิธีที่จะพูดคุยกับลูกวัยรุ่นของคุณ อย่างสร้างสรรค์ด้วย จะใช้วิธี “สั่งให้ทำ”อย่างเดียวคงไม่ได้
การเข้าสู่วัยรุ่นในเด็กแต่ละคนนั้น จะเร็วช้าต่างกัน บางคนอาจจะดูเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วกว่าคนอื่น แต่บางคนอาจจะดูว่าช้ากว่า แต่ก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามจังหวะของเขาเอง
ซึ่งคุณควรจะบอกให้ลูกเข้าใจว่า การเข้าสู่วัยรุ่นนั้น มีช่วงการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างกว้าง และนานเป็นปี จึงจะเห็นว่า มีการแตกต่างกันได้บ้าง แม้ว่าจะมีอายุเท่ากัน และเรียนอยู่ชั้นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะวัยรุ่นส่วนใหญ่ จะมีความกังวลว่าตนเองจะ “ไม่เหมือนเพื่อนๆ, ไม่เหมือนคนอื่นๆ” การเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นของแต่ละคน ก็จะมีการแสดงออกต่างๆ กัน ส่วนใหญ่จะเริ่มเห็นจากการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์ และพฤติกรรม เช่น คุณแม่คนหนึ่งจะอยู่ๆ รู้สึกประหลาดใจที่ลูกสาว จากเดิมเคยที่จะมาพูดคุย ทักทายกัน เมื่อกลับมาถึงบ้าน อยู่ๆ จะตรงขึ้นไปอยู่ในห้องของเขา โดยไม่ได้ใช้เวลาทักทายคุณแม่เหมือนแต่ก่อน หรือวัยรุ่นชายที่จะไม่ยอมให้คุณแม่ เข้ามาในห้องของเขาอีก บางรายจะใช้เวลาในห้องน้ำนานขึ้น ใส่ใจกับทรงผมมากขึ้น ฯลฯ
สิ่งที่แน่นอนคือ วัยรุ่นทุกคนจะต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและพยายามหลีกเลี่ยงการ “ทะเลาะ, ขัดใจ” คุณพ่อคุณแม่ วัยรุ่นเองรู้ว่า บางครั้งพออยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ เดี๋ยวก็จะถูกบ่น ถูกว่า ในเรื่องต่างๆ ก็จะเกิดการทะเลาะกันได้ และในช่วงวัยรุ่นนี้ บางครั้งจะดูเหมือนมีอารมณ์แปรปรวนบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เขาจึงอยากจะอยู่ห่างๆ เพื่อจะได้ลองรับผิดชอบตนเองดูบ้าง ไม่ใช่เป็นเพราะเขาต้องการต่อต้านคุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาในทุกเรื่อง จึงไม่ควรจะมองเขาในแง่ลบไปทั้งหมด
คุณพ่อคุณแม่ควรหันมามองตัวเองดูบ้าง ว่าคุณพยายามควบคุม (หรือ “สั่ง”) ลูกวัยรุ่นมากเกินไปหรือไม่ คุณพยายามเข้าไปรับรู้เรื่องต่างๆ ของเขามากเกินไปหรือไม่ คุณพยายามมีบทบาท ในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของเขามากเกินไปหรือไม่ คุณยอมรับ และยอมให้มีความเห็นหรือการตัดสินใจที่แตกต่างไปจากมุมมองของคุณได้หรือไม่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญ ที่ลูกวัยรุ่นของคุณกำลังเผชิญอยู่ ในการเรียนรู้ ที่จะเป็นตัวของตัวเอง และเริ่ม “เป็นผู้ใหญ่”
ข้อแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกที่กำลังเป็นวัยรุ่น
- 1. พยายามหาความรู้ เกี่ยวกับวัยรุ่น โดยการอ่านหนังสือ เข้าฟังการอบรมสัมมนาปัญหาวัยรุ่น คุยกับเพื่อนที่มีลูกเป็นวัยรุ่น ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจ และผ่อนคลายความกังวล ที่คุณมีต่อลูกของคุณลงได้บ้าง พยายามเข้าใจ และทำใจเมื่อลูกแสดงอารมณ์ที่แปรปรวนบ้าง และพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดี กับลูกไว้ เพื่อจะได้เป็นหลักให้ลูกวัยรุ่นของคุณได้ ในเรื่องอื่นๆที่สำคัญกว่า
- 2. พยายามให้เวลา และพูดคุยกับลูกเสมอๆ และควรทำตั้งแต่ก่อนที่ลูก จะเข้าสู่ระยะวัยรุ่น ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายจะเริ่มปรากฏชัด เช่น ควรพูดคุยกับลูกสาว เรื่องประจำเดือน ก่อนที่เขาจะมีประจำเดือน หรือพูดคุยกับลูกชาย เรื่องการฝันเปียก การแข็งตัวของอวัยวะเพศ ฯลฯ ก่อนที่เขาจะเกิดปัญหาขึ้น ถ้าคุณรอหรือไม่กล้าพูดเรื่องเหล่านี้กับลูก อาจจะสายไป เมื่อเกิดปัญหาขึ้นแล้ว หรือลูกอาจจะได้ข้อมูลต่างๆ ที่ไม่ถูกต้องจากเพื่อนหรือคนอื่นๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิด ความเข้าใจที่ผิดๆได้ แต่ควรเริ่มพูดอย่างเป็นกลางๆ ด้วยเรื่องธรรมดาๆ ก่อน เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ในช่วงวัยรุ่น และความแตกต่างของการเป็นหญิง หรือชาย ฯลฯ
พยายามอย่ายัดเยียด ความรู้ต่างๆ อย่างละเอียดในคราวเดียว แต่ควรจะค่อยๆพูดคุยเรื่องเหล่านี้ กับลูกในวาระต่างๆ กันเป็นครั้งคราวไปเรื่อยๆ การพูดคุยให้ลูกทราบว่า คุณเองก็เคยผ่านขั้นตอน การเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน และเล่าประสบการณ์ของคุณ ให้เขาฟังบ้าง จะช่วยให้เขาสบายใจขึ้นได้ และทำให้เขารู้สึกว่า คุณสามารถเป็นที่ปรึกษา และยินดีรับฟังปัญหาของเขาเสมอ และพร้อมที่จะเข้าใจเขา ซึ่งจะทำให้เขาและคุณ สามารถปรับตัวผ่านระยะของวัยรุ่นต่างๆ ไปด้วยกัน
- 3. ลองเอาใจเขา มาใส่ใจเรา บางครั้งวัยรุ่น จะมีอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ดูเป็นคนใจร้อน และเปลี่ยนใจง่าย ไม่ชอบทำอะไรที่ชักช้า และกลัวจะ ไม่ “เซอร์” และบางครั้ง พูดจาฟังไม่เข้าหู ซึ่งเราก็ควรเข้าใจ และสามารถบอกเขาได้ว่าคุณพ่อคุณแม่รู้สึกไม่เห็นด้วย กับพฤติกรรมอย่างนั้นๆ ของเขา ให้เขาทราบว่าคุณไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยในสิ่งที่เขาทำเพราะอะไร และจะมีวิธีอื่นให้เขาลองดู เพื่อปรับตัวได้อย่างไร และที่บอกนี้ก็เพราะรัก และห่วงใยเขา ไม่ใช่เพราะเราไม่รักเขา ไม่ชอบเขา
ซึ่งบางครั้งวัยรุ่น ก็จะยังทำท่าฮึดฮัด ไม่ยอมฟังคุณอยู่ดี แต่ขอให้ใช้ความใจเย็น และดูจังหวะที่จะพูดเรื่องเหล่านี้กับเขา ซึ่งถ้าเราหนักแน่นพอ และไม่ได้ไปชวนทะเลาะด้วย ก็จะทำให้ลูกได้ เรียนรู้แง่คิด และมุมมองของคุณ ที่กว้างออกไป และในทางกลับกัน คุณเองก็ควรรับฟัง มุมมอง และแง่คิดของเขาดูบ้าง พยายามเปิดใจให้กว้าง แล้วคุณก็จะได้รู้จักลูกของคุณเองได้ดีขึ้น
ในกรณีที่มีเรื่องชวนปวดหัว จากลูกวัยรุ่นของคุณหลายๆ เรื่องด้วยกัน คุณควรจะพิจารณาเลือกเรื่องที่สำคัญที่ควรพูดก่อน มาพูดคุยกับลูก อย่าพยายามพูดบ่นไปทุกเรื่อง จะทำให้เขาไม่ยอมรับฟังคุณ
ในบางครั้ง ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่มีความสำคัญมากนัก และคุณพอยอมรับได้ เช่น การทำผม การแต่งตัว ซึ่งบางครั้งจะดูเป็นวัยรุ่นมากไป ถ้ามองผ่านไปได้ ก็ควรจะปล่อยไปบ้าง
ลองคิดถึงตอนที่คุณเองยังเป็นวัยรุ่น ที่ตอนนั้นอาจมีแฟชั่นกางเกงขาบาน หรือนุ่งกระโปรงมินิสเกริต์อยู่ เพราะเรื่องเหล่านี้จะฮิตอยู่ไม่นาน สักพักก็จะหมดสมัยไปเอง และส่วนใหญ่เมื่อวัยรุ่นได้ลองทำดูแล้ว ถ้าเขารู้สึกว่าไม่เหมาะกับเขา เมื่อเขามีวุฒิภาวะมากขึ้น เขาก็จะเลิกไปเอง
แต่ถ้าเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายกับลูก เช่น เรื่องการลองยาเสพติด หรือเรื่องพฤติกรรมทางเพศ หรือการชกต่อยทะเลาะวิวาท คุณควรต้องรีบเอาใจใส่ และหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว อย่าปล่อยไว้ จนลุกลามจนสายเกินแก้
- 4. พยายามรู้จักเพื่อนๆ ของลูก และถ้าเป็นไปได้ ควรรู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ ของเพื่อนลูกด้วย จะช่วยให้คุณแลกเปลี่ยนความเห็น และช่วยเหลือกันได้ ในกรณีที่มีปัญหากับวัยรุ่น คุณอาจจะใช้วิธีจัดงานวันเกิด หรือไปร่วมงานของโรงเรียน ที่จัดขึ้น เพื่อจะได้พบปะกันบ้าง และในหลายต่อหลายครั้ง อาจช่วยดูแลลูก และเพื่อนลูกในการรับส่ง เรื่องเรียนพิเศษ หรือซื้อใบสมัครเรียน ซื้อของใช้กิจกรรมของโรงเรียน ฯลฯ ก็จะทำให้คุณได้ช่วยกัน ทำให้สภาพแวดล้อมของลูก ปลอดภัยสำหรับทุกคนได้
- 5. คอยสังเกตสัญญาณเตือนภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูก แม้ว่าวัยรุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม หรือการปฏิบัติตัวบ้าง แต่ก็มักจะไม่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนผิดปกติ ดังนั้นถ้าคุณสังเกตเห็นสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ ในลูกวัยรุ่นของคุณ คุณควรจะปรึกษาแพทย์ สัญญาณเหล่านี้ได้แก่
5.1 น้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างมาก
5.2 ปัญหาในการนอน เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนทั้งวัน
5.3 มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่น เอะอะก้าวร้าวทำร้ายคน ทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือเดิมเป็นคนร่าเริง กลับซึมเศร้าเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกมาพบผู้คน
5.4 อยู่ๆ เปลี่ยนกลุ่มเพื่อน
5.5 ขาดเรียนบ่อยๆ
5.6 คะแนนการเรียนลดลงอย่างมาก
5.7 พูด บางครั้งดูเหมือนพูดเล่น หรือบ่นบ่อยๆว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากตายหรือ คิดฆ่าตัวตาย
5.8 มีอาการของคนติดยา อาจดูเหมือนธรรมดาก่อน เช่นติดบุหรี่ ติดเหล้า หรือเริ่มทานยาแปลกๆ
5.9 มีปัญหาผิดกฎ แหกกฎ อยู่เรื่อยๆ ชอบทำอะไรที่ท้าทายมากๆและผิดกฎหมาย เช่น ขโมยของในห้าง เพราะตื่นเต้นดี , ลอกข้อสอบ หรือ ชกต่อยกับเพื่อน ฯลฯ
ปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ ถ้าเป็นเพียงบางครั้ง และเพิ่งเริ่มเป็น ยังอาจถือเป็นปกติตามประสาวัยรุ่นที่อยากลอง แต่ถ้าดูจะเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือเป็นนานมากกว่า 6 สัปดาห์ หรือพบว่าความรุนแรงของปัญหาค่อนข้างมาก เช่น ลูกเป็นเด็กที่มักจะสอบได้ A หรือ B แต่คราวนี้ได้ F หรือ D คุณยิ่งควรรีบพาลูก ไปปรึกษาแพทย์ หรือนักจิตวิทยาบำบัด เพื่อจะได้ช่วยเหลือเด็กต่อไป
- 6. ให้ความเคารพความเป็นส่วนตัว และสิทธิของวัยรุ่น คุณควรจะให้เขามีความเป็นส่วนตัว และ ไม่เข้าไปก้าวก่ายเขาในทุกเรื่อง ไม่ควรจะไปค้นห้อง หรือโต๊ะของเขาหรือแอบอ่านบันทึกของเขา เพราะถ้าเขารู้ ก็จะโกรธมาก จนอาจจะไม่ยอมรับฟังอะไรจากคุณอีก ดังนั้นถ้าคุณจะคอยสอดส่องลูก ก็ทำได้ แต่ควรให้ความเคารพ ในความเป็นส่วนตัวของเขาด้วย
- 7. การตั้งกฏเกณฑ์ต่างๆ กับเขาควรให้เหมาะสมกับเขา ที่ปฏิบัติได้ และไม่เข้มงวดจนเกินไป และใช้เหตุผลในการพิจารณา เช่น จะให้ลูกวัยรุ่นเข้านอนแต่หัวค่ำ หรือ จะห้ามไม่ให้ดูทีวีเลย หรือ ห้ามใช้โทรศัพท์คุยกับเพื่อนนั้น แน่นอนว่า ลูกจะไม่รับฟัง หรือไม่ยอมปฎิบัติตาม จึงควรมีการผ่อนปรนบ้าง และไม่ควรหยุมหยิมเกินไปนัก
หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ คงจะได้นำข้อเสนอแนะเหล่านี้ ไปปรับใช้กับลูกวัยรุ่นของคุณนะครับ ขอให้พยายามเข้าใจลูกให้มาก และให้เวลากับเขาเท่าที่คุณทำได้ เพื่อให้เขาสามารถเติบโต เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ได้อย่างที่คุณตั้งใจไว้